ราคาทองคําช่วงเช้าปรับตัวขึ้นต่อจากวานนี้ หลังจีน-สหรัฐระงับสงครามการค้าร่วมกันเป็นเวลา 90 วันนับจาก 1 ธ.ค.เป็นต้นไป โดยสหรัฐจะไม่เพิ่มความรุนแรงในการเก็บภาษีสินค้าจีน ขณะที่จีนรับปากที่จะสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐเป็นจํานวนมาก และจีนอาจจะเริ่มซื้อถั่วเหลืองสหรัฐอีกครั้งราววันที่ 1 ม.ค.ปี หน้

รวมทั้งจะยกเลิกการเก็บภาษีต่อรถยนต์สหรัฐ ปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 40% ส่งผลให้หยวนแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 6.8567 หยวน/ดอลลาร์ ขณะที่ Dollar Index ลงมาอยู่ที, 96.80 ในช่วงเช้านี้ เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคํา โดยวานนี้ ปธน.ทรัมป์ ของสหรัฐแต่งตั้ง โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ให้เป็นตัวแทนเจรจาการค้ากับจีน

นอกจากนี้ ราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลงมาที่ 2.946% ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 2 ปี และ 10 ปี พลิกกลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ทศวรรษ บ่งชี้ คาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐท่ามกลางแนวโน้มที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย

ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคําปรับตัวขึ้น ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคําทดสอบแนวต้านโซน 1,237-1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทํากําไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคํามีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหากการอ่อนตัวลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,217-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเกิดการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง สําหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนําขายทํากําไรหากราคาทองคําไม่ผ่านแนวต้านที, 1,237-1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเข้าซื้อบริเวณ 1,217-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,206 ดอลลาร์ต่อออนซ์

>> อัพเดตราคาทองวันนี้